ลงทุนหุ้น

#หุ้นLH ปันผลดี ที่ต้องแกล้งลืมราคาซื้อ #หุ้นปันผลสูง #วิเคราะห์หุ้น #หุ้นไทย #ลงทุนในหุ้น

ลงทุนไทม์ ได้เวลาลงทุน วันนี้ชวนทุกคนมาคุยกันเรื่องหุ้น แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ที่ทำธุรกิจทั้งอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้าน รวมไปถึงธุรกิจทางด้านการเงินอย่างธนาคาร

ปี 2566 สถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ชัดเจนทั้งปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ แต่ที่ชัดเจนแน่ๆ คือ ตลาดอสังหาริมทรัพย์อาจจะติดลบ -10%

EP นี้ บอนลงทุนไทม์ ชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับหุ้น LH ว่าทำธุรกิจอะไรบ้าง มีผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2566 เป็นอย่างไร และสรุปบทวิเคราะห์หุ้นจากโบรก ปัจจัยบวกปัจจัยลบที่มีต่อ LH กันครับ

 

** ถ้าอยากชมในรูปแบบวิดีโอ สามารถคลิกชมได้ที่ YouTube : https://youtu.be/zp3xRwRZRnc

 

< ประวัติ Land and Houses >

LH เริ่มต้นจากผู้หญิงคนนึงชื่อว่า คุณเพียงใจ หาญพาณิชย์ ที่เรียนจบชั้น ป.4 แต่มีหัวการค้าตั้งแต่เด็ก จึงได้รับความไว้วางใจในการคุมกิจการโรงสีของครอบครัว

 

จากนั้นคุณเพียงใจได้แต่งงานกับ คุณบุญทรง อัศวโภคิน ซึ่งครอบครัวของคุณบุญทรงทำธุรกิจห้างขายผ้าและโรงรับจำนำ

 

หลังจากที่คุณเพียงใจแต่งงานไประยะหนึ่ง ปี 2502 เธอได้ต่อยอดทำธุรกิจห้างขายผ้าและโรงรับจำนำเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เธอสนใจเกี่ยวกับทำเลมาก จึงได้เริ่มทำธุรกิจซื้อขายที่ดิน 

ในปี 2508 ได้เริ่มสร้าง “โรงแรมแมนดาริน” ที่ ถ.พระราม 4 โดยเปิดให้บริการในปี  2511

โรงแรมแมนดารินอยู่ภายใต้ของ บริษัท แมนดารินโฮเต็ล จำกัด (มหาชน) อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ชื่อหุ้นว่า MANRIN

ซึ่งเป็นคนละโรงแรมกับแมนดารินโอเรนเต็ลที่อยู่ตรงเจริญกรุงนะครับ

แมนดารินโอเรนเต็ล อยู่ภายใต้บริษัท โอเอชทีแอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งก็อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เหมือนกันชื่อหุ้นว่า OHTL

 

ปี 2516 คุณเพียงใจจึงได้ตั้ง บริษัท แลนด์แอนด์เฮาส์ จำกัด เพื่อพัฒนาบ้านจัดสรร
ซึ่งตอนนั้นคุณอนันต์ อัศวโภคิน เรียนจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชิคาโกที่สหรัฐฯ ตอนแรกคุณอนันต์ตั้งใจจะทำงานกับบริษัทด้านเทคโนโลยี แต่คุณเพียงใจขอให้คุณอนันต์เข้ามาช่วยงานอสังหาฯ ด้วยเหตุผลที่ว่า ที่ดินไม่มีวันงอกเพิ่ม

 

คุณอนันต์จึงตัดสินใจเข้ามาช่วยคุณเพียงใจทำโครงการหมู่บ้าน “ศรีรับสุข”

 

ปี 2526 ได้มีการจัดตั้งแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ขึ้นเป็นบริษัทจำกัด คุณเพียงใจส่งต่อการบริหารให้คุณอนันต์เป็นประธานบริษัท และในปี 2532 ได้นำเข้าตลาดหลักทรัพย์
เป็น “บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)” (LH) นั่นเอง

 

ปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง หลายบริษัทต้องล้มละลายไปตามๆ กัน

LH ก็เจอวิกฤิตนี้เข้าอย่างจัง เนื่องจากมีการกู้เงินเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐ เมื่อมีการลดค่าเงินบาท จาก 25 บาทต่อดอลลาร์  เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องไปึง 56 บาทต่อดอลลาร์ทำให้ LH ขาดทุนทั้งอัตราแลกเปลี่ยนและขาดทุนทางธุรกิจเป็นหลักหมื่นล้านบาท

 

ช่วงต้มยำกุ้งมีปัญหานึงที่เกิดกับอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก คือ ลูกค้าจ่ายเงินจองผ่อนดาวน์บ้านไว้แล้วแต่บริษัทอสังหาฯ สร้างบ้านไม่เสร็จ ไม่เจ๊งก็ล้มละลายไป ทำให้ลูกค้าไม่ได้บ้านแถมยังเสียเงินไปอีก

 

LH จึงเปลี่ยนวิกฤิตเป็นโอกาส สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ด้วยกลยุทธ์ สร้างเสร็จก่อนขาย เพราะใครๆ ก็อยากเห็นบ้านเสร็จก่อนตัดสินใจซื้อ ตัดปัญหาของจริงไม่เหมือนโฆษณาออกไป

ตอนนั้นผมจำได้ หลายๆ คนที่ผมรู้จักพูดว่า ถ้าอยากจะซื้อบ้านต้องไปซื้อบ้านแลนด์อะไรประมาณนั้นเลยครับ

 

< โครงสร้างธุรกิจ Land and Houses >

 

สำหรับโครงสร้างธุรกิจของ LH มีการลงทุน 3 กลุ่มธุรกิจด้วยกัน

  1. กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น ควอลิตี้เฮ้าส์ แอลเอชเรียลเอสเตท. สยามธานีพร๊อบเพอร์ตี้ แอลเอชมอลล์แอนด์โฮเทล สำหรับแอลเอชมอลล์แอนด์โฮเทล ถ้าพูดชื่อบริษัทอาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าบอกว่าเป็นบริษัทที่ทำโครงการ Terminal21, Fashio Island, Grande Centre Point น่าจะพอคุ้นเคยกันบ้างนะครับ 
  2. กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ โฮมโปรดักส์เซ็นเตอร์ ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์
  3. กลุ่มธุรกิจธนาคารและการลงทุน ได่แก่ บมจ. แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป

โครงสร้างรายได้ของปี 2565

 

รายการ

จำนวนเงิน (ล้านบาท)

%

  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
   
  • บ้านเดี่ยว

23,675

64.5

  • ทาวเฮ้าส์

2,971

8.1

  • คอนโดมิเนียม

4,105

11.2

  • ที่ดินเปล่า

  • ค่าเช่าและค่าบริการ

4,845

13.2

  • ขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า

  • รายได้อื่น

1,136

3.1

  • ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน

2,911

7.9

รวมรายได้

39,643

107.9

 

 

ปี 2565 LH มีส่วนแบ่งตลาดแต่ละประเภทโครงการในกรุงเทพและปริมณฑล ดังนี้

 

ประเภท

%

บ้านเดี่ยว

11.8

บ้านแฝด

18.4

ทาวน์โฮม

6.9

คอนโดมิเนียม

2.2

 

จะเห็นว่า บ้านแฝด มีสัดส่วนการตลาดที่สูงถึง 18.4%

เนื่องจากปัจจุบันบ้านแฝดได้รับความนิยมสูงมาก เพราะตอบโจทย์ความต้องการฟังก์ชันพื้นที่ใช้สอยเหมือนบ้านเดี่ยว แต่ลดขนาดที่ดินลง จึงทำให้มีราคาคาที่ถูกกว่าบ้านเดี่ยวนั่นเองครับ

 

 

< ผลการดำเนินงาน ไตรมาสที่ 1 ปี 2566 >

เรามาดูผลการดำเนินงานของ LH ในไตรมาสที่ 1 ปี 2566

ผมขอพูดตัวเลขเฉพาะส่วนที่สำคัญและปัดเศษขึ้น เพื่อนๆ จะได้ฟังเฉพาะส่วนที่น่าสนใจและเข้าใจง่ายนะครับ แต่ถ้าหากต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์หรือเว็บไซต์ของ LH ได้เลย

 

LH มีรายได้ที่สำคัญ

มาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 4,832 ล้านบาท ลดลง 31% YoY

รายได้จากกิจการโรงแรม 1,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 269% YoY

รายได้ค่าเช่า 540 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% YoY

รายได้อื่น 275 ล้านบาท ลดลง 17% YoY

รวมรายได้ทั้งหมด 6,976 ล้านบาท ลดลง 12% YoY

 

ในส่วนของรายได้ ทาง LH อธิบายแค่ส่วนของรายได้จากกิจการโรงแรมและรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการยกเลิกมาตรการโควิด-19 ทำให้สามารถเปิดให้บริการโรงแรมและศูนย์การค้าใหม่ได้ในช่วงปลายปี 2565 ทำให้มีรายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้นสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ปี 2565

 

แต่รายได้อื่นๆ ที่ลดลง เช่น รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ทาง LH ไม่ได้มีคำอธิบายไว้ แต่มีข้อมูลจากข่าว LH เปิดตัวโครงการใหม่ลดลงถึง 76% YoY โดยเฉพาะปี 2565 LH ไม่ได้มีเปิดคอนโดใหม่เลย เพราะต้องการระบายสินค้าที่มีอยู่ในมือออกไปก่อน ทำให้ยอดขายอสังหาฯ โดยรวมใน 1Q66 ลดลงตามไปด้วย

 

เรามาดูด้านค่าใช้จ่ายที่สำคัญกันบ้าง

ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ 3,446 ล้านบาท ลดลง 26% YoY

ต้นทุนกิจการโรงแรม 791 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 283% YoY

ต้นทุนการให้เช่า 356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% YoY

ค่าใช้จ่ายในการ 291 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76% YoY

ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 770 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% YoY

ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 152 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,529% YoY

รวมค่าใช้จ่าย 6,033 ล้านบาท โดยรวมลดลง 2% YoY

 

สำหรับค่าใช้จ่าย ทางคำอธิบายจาก LH เค้าบอกว่า

ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารที่เพิ่มขึ้นมาจากการเปิดโรงแรมและศูนย์การค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น

ส่วนที่ไม่มีคำอธิบายไว้ แต่มาจากข่าว

ต้นทุนอสังหาฯ ที่ลดลง ไม่สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงไป 31% เนื่องจาก LH มีต้นทุนที่สูงขึ้นแต่ไม่ได้ปรับราคาขายขึ้นทันที

ค่าใช้จ่ายอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นสูงมาก คือ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นถึง 2,529% ข้อนี้พอไม่มีคำอธิบายบอกไว้ ถ้าให้เดาก็อาจจะการลงทุนในสหรัฐ และเงินกู้ยืมเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ 

ซึ่งช่วงปลายปี 2565 ค่าเงินบาทอยู่ที่ 38 บาทต่อดอลลาร์ พอเข้าปี 2566 เงินบาทแข็งค่าเร็วมาอยู่ที่ประมาณ 32 บาทต่อดอลลาร์ ก็จะทำให้ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนครับ

ส่วนนี้ ไม่ได้มาจากคำอธิบาย และไม่ได้มาจากข่าว ผมขออนุญาตให้ความเห็นไว้เผื่อเพื่อนๆ ที่สนใจนำไปศึกษาต่อนะครับ

 

รายได้ อยู่ที่ 6,976 ล้านบาท

ค่าใช้จ่าย อยู่ที่ 6,033 ลานบาท

รวมส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม 848 ล้านบาท

หักต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้

LH มีกำไรสุทธิของกิจการอยู่ที่ 1,354 ล้านบาท ลดลง 30% YoY

 

ดูจากงบ 1Q66 ต้องบอกว่าดูไม่ค่อยดีเลยสำหรับการเริ่มต้นปี 66 นี้ครับ

 

 

* คำอธิบายของฝ่ายจัดการ LH

https://weblink.set.or.th/dat/news/202305/0143NWS110520231754540352T.pdf

 

< วิเคราะห์หุ้น LH >

 

เราจะมาดูข้อมูลตัวเลขการเงินกันครับ

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เป็นการชี้นำ แนะนำให้ซื้อขายหุ้นนะครับ

เป็นการคุยเหมือนเพื่อนคุยกัน

 

ตอนที่ผมทำข้อมูล เป็นวันที่ 16 มิ.ย. 2566 ช่วงที่ตลาดปิดตอนเที่ยง

ราคาหุ้น LH อยู่ที่ 8.55 บาท

 

ข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของ 1Q66

ROA ประสิทธิภาพการดำเนินงาน 8.07%

ROE อัตราผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น 14.81%

อัตรากำไรสุทธิ 19.53%

อัตราหนี้สินต่อทุน 1.36 เท่า

 

และข้อมูลสถิติที่สำคัญ ณ วันที่ 15 มิ.ย. 2566

PE เวลาคืนทุน(คำนวณจากกำไรสุทธิ) 13.21 เท่า

P/BV ราคาหุ้นต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี 1.94 เท่า

อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 7.02%

 

 

เรามาดูในส่วนของการวิเคราะห์จากโบรกกันบ้างครับ

ตอนนี้มีบทวิเคราะห์หุ้น 15 โบรกฯ

มี 11 โบรกฯ แนะนำ “ซื้อ” เลยครับ

มี 3 โบรกฯ แนะนำ “ถือ” ยังไม่มีโบรกฯ แนะนำ “ขาย”

แต่มี 1 โบรกฯ ไม่แนะนำอะไรเลย จึงไม่แสดงข้อมูลขึ้นมาในภาพ

 

ความเห็นของโบรกที่ออกบทวิเคราะห์แนะนำให้ “ถือ” และไม่แนะนำอะไรเลย รวมกัน 4 โบรก มีความเห็นที่คล้ายกัน เรามาดูกันครับ

ทั้ง 4 โบรกฯ นี้มีมุมมองเป็นลบต่อ LH เนื่องจากสัดส่วนรายได้และกำไรของ LH มาจากอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ซึ่งมีการแข่งขันสูงมากโดยเฉพาะบ้านแนวราบ แต่ LH มีการเปิดตัวโครงการใหม่น้อยและทำได้ล่าช้ากว่าที่คาด จะทำให้มีแนวโน้มทั้งยอดขายและกำไรในปี 2566 ลดลง

ถึงแม้ว่า LH จะมีธุรกิจอื่น เช่น โรงแรม ศูนย์การค้า โฮมโปร และธนาคาร แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้กำไรของ LH สูงกว่า 8,312 ล้านบาทได้เหมือนปี 2565

 

สำหรับความเห็นของโบรกที่มองว่าให้ “ซื้อ”

ส่วนใหญ่โบรกฯ มองว่า LH ทำกำไรใน 1Q66 ได้ต่ำกว่าคาด แต่ประเมินว่าครึ่งปีหลัง 2566 จะกลับมาทำผลงานได้ดีจากการเปิดโครงการใหม่ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้าที่ปรับขึ้นตามการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว 

 

ซึ่งราคาหุ้น LH ในปัจจุบันค่อนข้างต่ำ จึงแนะนำให้ “ซื้อ” เนื่องจากพิจารณาข้อมูลทางด้านการเงินที่ดี มีศักยภาพในการเติบโตระยะกลางถึงยาว

โบรกฯ กลุ่มนี้มองว่า LH จะทำกำไรในปี 2566 ได้สูงกว่าปี 2565 ที่ทำไว้ 8,312 ล้านบาท

 

มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 10.67 บาท 

ราคาหุ้น LH ณ ตอนที่ผมทำข้อมูล อยู่ที่ 8.55 บาท

ทำให้มี upside 24% 

 

เวลาผมดูข้อมูลหุ้น ผมมักจะมาอ่านข้อมูลจากโบรกด้วยครับ

เผื่อมีข้อมูลส่วนไหนที่ผมขาดตกไป จะได้เข้าใจบริบทและแนวโน้มของหุ้นที่ต้องการศึกษามากขึ้นได้ครับ

 

 

< สรุปความเห็นส่วนตัวต่อหุ้น LH >

มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วนะครับ ผมจะขอสรุปปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของ LH โดยอาจจะให้ความเห็นส่วนตัวร่วมด้วย แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เป็นการชี้นำ แนะนำให้ซื้อขายหุ้นนะครับ จะเป็นการคุยเหมือนเพื่อนคุยกัน

 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตของ LH ปี 2566

ปัจจัยบวก

  1. ช่วงปี 2566-2568 จะเปิดเดินรถไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นอีก 3 สาย คือ สายสีเหลืองซึ่งอยู่งช่วงนี้กำลังทดลองเดินรถและคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2566 สายสีชมพูคาดว่าจะทดลองเดินรถได้ 2567 ส่วนสายสีส้มคาดว่าจะเสร็จปี 2568 ซึ่งทั้ง 3 สายเป็นสายสำคัญที่วิ่งผ่านทำเลของ LH หลายพื้นที่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของ LH ได้เพิ่มมากขึ้น
  2. เศรษฐกิจฟื้นตัว ซึ่งได้ปัจจัยหลักมาจากการท่องเที่ยว จะช่วยสร้างรายได้และเพิ่มกำลังซื้อของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว ที่อยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เช่น การบิน โรงแรม บริโภคภายในประเทศ
  3. เงินเฟ้อไทยชะลอตัว ทำให้ไม่ต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างเข้มข้นเหมือนทางสหรัฐหรือยุโรป ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามีความสามารถในการกู้เงินและจ่ายดอกเบี้ยเพื่อซื้อบ้านของ LH ได้

ปัจจัยลบ

  1. แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศกำลังฟื้นตัวดีจากการท่องเที่ยว แต่เศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณถดถอย ทั้งเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงและความขัดแย้งระหว่างประเทศ จะทำให้กระทบการส่งออกของไทย กระทบต่อกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่อยู่ในกลุ่มได้รับประโยชน์จากการส่งออกของไทย
  2. กรณีที่เงินเฟ้อไทยยังคงกดดันต่อ อาจจะทำให้มีนโยบายขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสร้างเสถียรภาพให้ระบบการเงิน แต่ก็จะส่งผลกระทบด้านลบต่อ LH ในส่วนอสังหาริมทรัพย์ ที่ลูกค้าอาจจะต้องคิดหนักในการกู้เงินซื้อบ้านด้วยดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
  3. ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) คาดว่าตลาอสังหาริมทรัพย์ปี 2566 จะติดลบ -10% เนื่องจากมีปัจจัยลบค่อนข้างมาก มีการยกเลิกการผ่อนคลายมาตรการ LTV (Loan to value) ของ ธปท. รวมทั้งการเข้มงวดสินเชื่อทำให้ปล่อยสินเชื่อบ้านยากขึ้น ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นจาก LH ที่มีแผนงานในปี 2566 ว่าจะเปิดตัว 17 โครงการใหม่ คิดเป็นมูลค่ารวม 34,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY เท่านั้น ถือว่าเป็นแผนงานที่ระมัดระวังมาก ทำให้โอกาสที่ธุรกิจจะเติบโตสูงจึงค่อนข้างมีน้อย

 

สำหรับความเห็นส่วนตัวของผม

 

จากที่ผมได้ติดตามข้อมูล LH อยู่บ้าง ต้องบอกว่า LH เน้นการเติบโตแบบมั่นคง ไม่ค่อยไปลงทุนธุรกิจอะไรใหม่ๆ สักเท่าไหร่ ถ้าจะมีการลงทุนเพิ่มจะยังอยู่ในหมวดโรงแรมและศูนย์การค้า ซึ่งด้วยไอเดียของธุรกิจในกลุ่มนี้ต้องบอกว่า LH ทำได้ดีมากๆ

อย่าง Terminal 21 ที่อโศก-สุขุมวิท คุณอนันต์ อัศวโภคิน มองว่าเป็นทำเลของพนักงานประจำที่ทำงานอยู่ตามออฟฟิศ แต่ร้านอาหารแถวนั้นราคาแพงมาก จึงได้ทำศูนย์อาหารที่คิดค่าเช่าถูก เพื่อให้ศูนย์อาหารสามารถขายอาหารในราคาถูกได้เหมือนอยู่ริมถนน ทำให้สามารถดึงร้าน Street Food ดังๆ มาขายที่ศูนย์อาหารนี้ได้ โดยไม่ต้องปรับราคาขึ้น ร้านอาหาร Happy ลูกค้าที่มากินก็ Happy

เอาจริงๆ บางวันผมถึงขนาดขับรถไกล 10 กม. เพื่อไปกินที่ศูนย์อาหารที่อยู่ชั้น 6 ของ Terminal 21 เพราะอาหารอร่อยและราคาถูกมากครับ

นี่คือกลยุทธ์การตลาดที่สุดยอดมาก ยอมทำศูนย์อาหารขาดทุน แต่ทำไว้เพื่อชวนลูกค้าเข้า Terminal 21 ขึ้นไปทานอาหารชั้น 6 ให้อิ่มท้องสบายใจกอ่น พอตอนลงบันไดเลื่อนมา ก็จะรู้สึกอยากเดินเล่น และตามมาด้วยการช้อปปิ้งนั่นเอง

 

มีไอเดียดีๆ ของคุณอนันต์อีกหลายเรื่อง แต่เกรงว่า EP นี้จะยาวเกินไป

สำหรับหุ้น LH ก็ต้องบอกว่าเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเป็นเงินปันผลสูง

แต่ราคาหุ้น LH ก็จะเหมือนหุ้นอสังหาฯ หลายตัว ที่ราคาไม่ค่อยปรับตัวเพิ่มขึ้น

LH ไม่ใช่หุ้นที่เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่เป็นหุ้นที่เน้นถือแล้วรับปันผลแล้วแกล้งลืมราคาหุ้นที่ซื้อไปก็จะสบายใจครับ

 

. . . .

หวังว่า EP นี้ ทุกคนจะได้ประโยชน์จากการข้อมูลหุ้น xxx นะครับ

เพื่อนๆ มีความเห็นอย่างไรบ้างครับ 

เผื่อว่าผมมีประเด็นไหนที่ตกหล่นไป ช่วยมาบอกกันหน่อยนะครับ

จะได้เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนด้วยครับ

 

ลงทุนไทม์ ได้เวลาลงทุน ขอบคุณและสวัสดี 

ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ลงทุนมีกำไร แล้วพบกันใหม่ครับ

 

ขอบคุณที่ติดตาม ลงทุนไทม์ YouTube – www.youtube.com/@LongtunTime

 

 

 

 #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #การลงทุน #ตลาดหุ้น #ตลาดหุ้นไทย  #ข่าวเศรษฐกิจ #การเงิน #ลงทุนไทม์


ติดตามลงทุนไทม์ได้หลายช่องทาง

YouTube – www.youtube.com/@LongtunTime
TikTok – tiktok.com/@longtuntime
Facebook – fb.com/LongtunTime
Instagram – instagram.com/longtuntime
Twitter – twitter.com/LongtunTime

 

Reader Rating0 Votes
0

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *