ลงทุนหุ้น

#หุ้นJMART ร่วงแรงและกำลังเด้งขึ้น ผู้บริหารขายทิ้ง บริษัทซื้อคืน ยังน่าลงทุนไหม?

JMART จากราคาหุ้น 64 บาท ลงมา 13.10 บาท

ลงทุนไทม์ ชวนคุยหลายมิติ รวมทั้งปัจจัยบวกและลบ ของ JMART ใน EP นี้ ความยาว 23 นาที

หรือถ้าใครอยากอ่านรายละเอียด ลงไปดูข้างล่างได้เลย

#หุ้น #หุ้นไทย #วิเคราะห์หุ้น #jmart #jaymart #หุ้นตก #เศรษฐกิจ #การลงทุน


< ประวัติ JMART >

JMART ก่อตั้งขึ้นในปี 2531 โดยคุณอดิศักดิ์ สุขุมวิทยาและภรรยา คุณยุวดี พงษ์อัชฌา เปิดร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าระบบเงินผ่อน โดยใช้กลยุทธ์ Copy ธุรกิจจาก Singer ซึ่งทำธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเงินผ่อน คิดดอกเบี้ย 5% ต่อเดือน หรือ 60% ต่อปี ในยุคนั้นยังไม่มีกฎหมายควบคุมดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อ ทำให้ธุรกิจประเภทนี้เติบโตสูงมาก

ปี 2535 ประเทศไทยเข้าสู่ยุค 2G ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของมือถืออย่างแท้จริงในบ้านเราเป็นยุคที่เปลี่ยนจากมือถือรุ่นกระติกน้ำ มาเป็นรุ่นที่พกพาใส่กระเป๋ากางเกงได้

มีใครใช้หรือทันเห็นรุ่นกระติกน้ำบ้าง ช่วยมา comment บอกกันหน่อยนะครับ

JMART เริ่มเห็นคนมาซื้อมือถือที่ร้านมากขึ้น จึงขยายธุรกิจค้าปลีกโทรศัพท์มือถืออย่างเต็มตัว และด้วยความที่ JMART เก่งเรื่องของการบริหารจัดการหนี้ จึงได้ติดต่อไปยังค่ายมือถืออย่าง AIS เพื่อขอหนี้มาบริหารจัดการให้ จากนั้นจึงได้ไปขอหนี้จากแบงก์มาจัดการอีกด้วย จึงทำให้ในปี 2537 JMART ได้ก่อตั้งบริษัท JMT หรือ “เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส” ซึ่งทำธุรกิจติดตามเร่งรัดหนี้ ฟ้องสืบทรัพย์ และบังคับคดี

ปี 2552 JMART เข้า ตลท. ด้วยการเสนอขายหุ้น IPO ราคา 1.8 บาทต่อหุ้น

และหลังจากที่ JMART Copy & Paste เอ้ย Copy & Development ธุรกิจ Singer มาเป็นเวลานาน ในปี 2558 ทาง Singer ได้ยื่นข้อเสนอขายหุ้นให้กับทาง JMART 

และแน่นอน คุณอดิศักดิ์ ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Singer อยู่แล้ว จึงตกลงทันที

ด้วยการเข้าลงทุนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Singer ซึ่งปัจจุบัน JMART ถือหุ้นอยู่ 25.20%

พอได้ Singer มา ปี 2559 JMART ได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ให้เป็นบริษัทโฮลดิ้ง ประกอบธุรกิจลงทุนในธุรกิจอื่น จึงได้ตั้งบริษัท เจมาร์ท โมบาย ขึ้นมาเพื่อรับธุรกิจขายมือถือไปดำเนินงานแทน รวมทั้งมีการบริษัทย่อยและเข้าร่วมทุนกับบริษัทต่างๆ มากขึ้น โดยเน้นไปทางด้านเทคโนโลยีทางการเงิน

ปี 2566 จึงได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

ก่อนไปคุยเรื่องโครงสร้างธุรกิจของ JMART กัน ผมมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวชื่อธุรกิจ JAYMART มาเล่าให้ฟังกันด้วยครับ คำว่า JAY มาจาก

J – Jutamas เป็นชื่อลูกสาวคนโตของคุณอดิศักดิ์

A – ชื่อคุณ Adisak

Y – Yuvadee ชื่อภรรยาของคุณอดิศักดิ์

ชื่อบริษัทนี้ตั้งก่อนที่จะมีลูกชายคนเล็ก พอมีลูกชาย คุณอดิศักดิ์และคุณยุวดีเลยตั้งชื่อเล่นว่า Jay ให้กับลูกชายซะเลย ซึ่งมีชื่อจริงว่า คุณเอกชัย สุขุมวิทยา

< โครงสร้างธุรกิจและรายได้ JMART >

JMART มีโครงสร้างธุรกิจแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. Commerce/Retails ธุรกิจที่เกี่ยวกับการค้าปลีก เช่น
    1. บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด จำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริม โดยขายผ่านช่องทางหน้าร้าน และช่องทางของพันธมิตรต่างๆ
    2. บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) (“J”) ซึ่งเป็น บริษัท ผู้พัฒนาและดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและให้เช่า ปัจจุบัน J มีพื้นที่ให้เช่ามากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ เช่น แจสวังหิน, แจสรามอินทรา, แจสเออเบิร์นศรีนครินทร์
    3. บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (“Singer’) ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าด้วยแบรนด์ SINGER 
    4. บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (BNN) หรือ “สุกี้ ตี๋น้อย” ที่ JMART ลงทุนซื้อหุ้น 30% ในมูลค่า 1,200 ล้านบาท เมื่อปี 2565
  2. Finance
    1. บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) (“JMT”) เป็นบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจด้านการติดตามหนี้และบริหารหนี้ในประเทศไทย เป็นบริษัทที่มีผลการดำเนินงานโตต่อเนื่องมา 7 ปี และปี 2565 ได้ร่วมกับ ธ.กสิกรไทย จัดตั้งบริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด เพื่อบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ
    2. บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) SGC ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อต่างๆ เช่น สินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อทะเบียนรถ สินเชื่อผ่อนทอง
  3. Technology
    1. บริษัท เจเวนเจอร์ส จำกัด (JVC) ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 เป็นบริษัทร่วมทุน ประกอบธุรกิจพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของเจมาร์ทกรุ๊ป รวมทั้งสร้าง Blockchain Network ชื่อ JFIN Chain มีดิจิทัลโทเคน JFIN ที่ออกระดมทุนผ่านกระดานซื้อขายดิจิทัลโทเคนไปแล้ว
    2. บริษัท เอวานทิส แลบอราทอรี (ประเทศไทย) จำกัด (Avantis Laboratory (Thailand) Co., Ltd.) ธุรกิจพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเงิน เพื่อให้บริการซื้อขายหุ้นได้จากหลายตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งตอนนี้มีข่าวว่า ได้พัฒนาโซลูชัน ซังกะ (SANGA) เป็นการทำธุรกิจบล็อกเชนด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อแปลงโฉนดที่ดินให้เป็นโฉนดดิจิทัล โดยมีสินทรัพย์จริงมารองรับและอ้างอิงราคา เพื่อให้สะดวกต่อการทำธุรกรรม เช่น โอนที่ดิน ค้ำประกัน ปล่อยกู้ เป็นต้น โดยไม่ต้องนำโฉนดจริงไปดำเนินการ

โครงสร้างรายได้ของ JMART ปี 2565

ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ฯ และรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า รายได้ค่าส่งเสริมการขาย ทำรายได้ 9,561 ล้านบาท คิดเป็น 68.7%

ธุรกิจรองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ และรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อลูกหนี้ ทำรายได้ 3,791 ล้านบาท คิดเป็น 27.2%

ธุรกิจบริหารพื้นที่ ทำรายได้ 290 ล้านบาท คิดเป็น 2.1%

ธุรกิจประกันภัย ทำรายได้ 278 ล้านบาท คิดเป็น 2%

< ผลการดำเนินงาน 1Q66 ของ JMART >

JMART มีรายได้รวม 3,377.4 ล้านบาท ลดลง -3.8% YoY

มาดูรายละเอียดของรายได้กันครับ

  1. รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า 2,244.8 ล้านบาท ลดลง -7.7% เป็นผลมาจากยอดขายมือถือลดลง
  2. รายได้จากธุรกิจ JMT ที่มาจากดอกเบี้ยของสินเชื่อ และกำไรจากการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ 969.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.9%
  3. รายได้ค่าเช่ามาจากธุรกิจ เจเอเอส แอสเซ็ท 88.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +24.6% เป็นผลมาจากการขยายพื้นที่เช่าและมีการเช่าเพิ่มขึ้น 
  4. รายได้จากประกันภัยของบริษัทย่อย 74.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +27.3% เนื่องจากมียอดขายประกันที่เพิ่มขึ้นในทุกช่องทางของกลุ่มธุรกิจ

. . .

JMART มีต้นทุนขายและบริการรวม 2,254.9 ล้านบาท ลดลง -7.8%

โดยต้นทุนขายส่วนของธุรกิจขายมือถืออยู่ที่ 1,873.1 ล้านบาท ลดลง -10.4% ซึ่งถือว่าควบคุมต้นทุนการขายได้ดี ถ้าเทียบกับรายได้ยอดขายที่ลดลง -7.7%

แต่มีต้นทุนการให้บริการ 299.1 ล้าบาท เพิ่มขึ้น +28.8% ซึ่งทางฝ่ายจัดการของ JMART ไม่ได้อธิบายนะครับว่าเพิ่มขึ้นเนื่องจากอะไร

แต่โดยรวม รายได้ลดลง -3.8% ในขณะที่ต้นทุนขายและบริการลดลง -7.8%

ทำให้กำไรขั้นต้นของกิจการอยู่ที่ 1,122.5 ล้านบาท มีกำไรเพิ่มขึ้น +5.3%

ซึ่งได้ธุรกิจ JMT ช่วยเอาไว้ ทำให้ยังมีกำไรขั้นต้นเป็นบวกได้

. . .

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 649.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +11.9% มาจากค่าใช้จ่ายส่วนของพนักงานที่เพิ่มขึ้น

และมีกำไรจากการดำเนินงาน 180.6 ล้านบาท ลดลง -73.4% เป็นผลมาจากการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของสินทรัพย์ทางการเงิน ตรงนี้ต้องบอกเพื่อนๆ ว่าบริษัทที่การถือหุ้นในบริษัทอื่น จะมีการลงบัญชีผลกำไรขาดทุนจากการลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์ตามมาตรฐานการบัญชี

ต้นทุนทางการเงิน 226.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +41.4% เกิดจากการเงินให้สินเชื่อแก่ลูกค้า เงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงิน

รับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจาก บริษัทร่วม เป็นจำนวน 174.9 ล้านบาท ซึ่งผลขาดทุนส่วนใหญ่มาจาก SINGER ที่ JMART ถือหุ้นในสัดส่วน 25.2% ดังนั้น JMART ขาดทุนจาก SINGER อยู่ที่ 218 ล้านบาท และยังมีผลจากการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในตราสารหนี้อีก 352 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้ทำให้ JMART พลิกขาดทุน -294.7 ล้านบาท ลดลง -190.6%

< วิเคราะห์ทางการเงินและบทสรุปจากโบรกฯ >

เรามาดูข้อมูลตัวเลขการเงินกันครับ ซึ่งผมจะให้ความเห็นส่วนตัวร่วมด้วย

ซึ่งไม่ใช่เป็นการชี้นำ แนะนำให้ซื้อขายหุ้นนะครับ

เป็นการคุยเหมือนเพื่อนคุยกัน

ตอนที่ผมทำข้อมูลส่วนนี้ เป็นวันที่ 30 มิ.ย. 2566 ช่วงเที่ยงกว่าๆ

ราคาหุ้น JMART อยู่ที่ 16.10 บาท

ซึ่งในวันที่ 26 มิ.ย. 2566 ราคายังอยู่ที่ 13.10 บาท

4 วัน ราคาปรับตัวขึ้นมาแรงประมาณ 23% เลยครับ

ข้อมูลทางการเงินสำคัญของ JMART 1Q66

ROA ประสิทธิภาพการดำเนินงาน 6.03%

ROE อัตราผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น 6.21%

อัตรากำไรสุทธิ -2.07%

อัตราหนี้สินต่อทุน 0.71 เท่า

ถ้าดูข้อมูลส่วนนี้ เทียบกับข้อมูลปี 62 และ 65

โดยเฉพาะปี 65 อัตรากำไรสุทธิสูงถึง 17.74%

แต่ 1Q66 ขาดทุนไป -2.07% เป็นผลการดำเนินงานด้านการทำกำไรที่ไม่ดีเลยครับ

แต่ในขณะที่ หนี้สินต่อทุน เหลือแค่ 0.71 เท่า ถือว่าการบริหารการเงินดีขึ้นครับ

และข้อมูลสถิติที่สำคัญ ณ วันที่ 29 มิ.ย. 2566

ราคาหุ้น ณ สิ้นปี 65 ราคา 40.75 บาท

ราคาหุ้น วันที่ 29 มิ.ย. 66 ลงมา 15.60 บาท
แต่ต้องบอกว่าวันที่ 28 มิ.ย. ราคาหุ้นอยู่ที่ 13.60 บาท ปรับขึ้นมาถึง 14.71%

PE เวลาคืนทุน(คำนวณจากกำไรสุทธิ) 19.25 เท่า

P/BV ราคาหุ้นต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี 1.13 เท่า ถือว่าราคาหุ้นลดลงเกือบเท่ากับราคาหุ้นทางบัญชีแล้วนะครับ ถ้าดูส่วนนี้ก็ถือว่าได้หุ้นราคาไม่แพง

อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 7.09% เป็นตัวเลขที่น่าสนใจ แต่ว่าเป็นผลตอบแทนที่สะท้อนผลการดำเนินงานปี 65 ซึ่ง JMART ทำผลงานได้ดีมากครับ

ปี 65 JMART ให้ปันผล 2 ครั้ง ปีนี้ ปีนี้ให้ปันผลไปแล้ว 1 ครั้งช่วงเดือน พ.ค.

ถ้าจะให้ปันผลอีกครั้ง ต้องทาง JMART ประกาศช่วงเดือน ส.ค.

. . .

ตอนนี้มีบทวิเคราะห์หุ้น 2 โบรกฯ ซึ่งแนะนำ “ถือ” ทั้ง 2 โบรกฯ เลยครับ

มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 24 บาท 

ราคาหุ้น JMART ณ ตอนที่ผมทำข้อมูล อยู่ที่ 16.10 บาท

ทำให้มี upside สูงถึง 49% เลยครับ

ทั้ง 2 โบรกฯ แนะนำ “ถือ” โดยให้เหตุผลว่า การลงทุนของ JMART ในธุรกิจที่มีความเสี่ยงด้านสินเชื่อที่ก่อให้เกิดหนี้สูญและหนี้ด้อยคุณภาพ ส่งผลต่อกำไรของบริษัท และต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะแก้ไขให้กลับมาเติบโตได้

สำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้สูญและหนี้ด้อยคุณภาพ ผมเห็นด้วยกับโบรกฯ นะครับว่า บริษัทในกลุ่ม JMART น่าจะใช้เวลาในการแก้ไขนาน น่าจะใช้เวลาเป็นปีๆ เพราะมีปัจจัยลบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจ ส่วนนี้ เราจะคุยในช่วงถัดไปครับ

เพื่อนๆ ครับ เวลาผมดูข้อมูลหุ้น ผมมักจะมาอ่านข้อมูลจากโบรกด้วยครับ

เผื่อมีข้อมูลส่วนไหนที่ผมขาดตกไป จะได้เข้าใจบริบทและแนวโน้มของหุ้นที่ต้องการศึกษามากขึ้นได้ครับ

< สรุปหุ้น JMART >

เรามาสรุปปัจจัยที่มีผลต่อ JMART กัน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกรณีศึกษาที่ผมใช้ข้อมูลหลายแหล่งอ้างอิง ดังนั้นไม่ใช่เป็นการชี้นำ แนะนำให้ซื้อขายหุ้นนะครับ 

เรามาดูปัจจัยบวกกันก่อน ต้องบอกว่าปัจจัยบวกที่มีผลดีต่อ JMART ในปีนี้ค่อนข้างจะหายากมาก เพราะธุรกิจของ JMART ขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศเป็นหลัก ผมรวบรวมมาได้ 4 ปัจจัยบวกครับ

  1. ปัจจัยบวกที่คาดหวังว่าจะส่งผลบวกต่อธุรกิจกลุ่ม JMART ได้จริงจัง คือ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อย่างน้อย 450 บาท ซึ่งจะทำให้ค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน 328-354 บาท ขยับเพิ่มขึ้น 27-37% จะทำให้ธุรกิจในกลุ่ม JMART กลับมาเติบโตได้ ทั้งธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ธุรกิจ Singer และธุรกิจบริหารหนี้ JMT
    แต่อย่างไรก็ตาม การขึ้นค่าแรง จะส่งผลลบต่อ SME ด้วยเช่นกัน
    ดังนั้น ถ้ารัฐบาลสามารถออกมาตรการที่ดีได้ครบถ้วนสำหรับทุกฝ่าย จะช่วยทำให้ SME อยู่ได้ และประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น
  2. การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยแม้ว่าจะยังช้า และต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในช่วงเวลานี้ แต่ก็มีสัญญาณที่ดีขึ้น ทำให้ช่วยให้เศรษฐกิจหมุนต่อไปได้ ประชาชนก็จะมีรายได้ มีกำลังซื้อ สามารถซื้อโทรศัพท์มือถือ สามารถกู้สินเชื่อและผ่อนชำระหนี้ ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อกลุ่มธุรกิจ JMART
  3. การ Synergy ธุรกิจในกลุ่ม ยังอยู่ในระหว่างการต่อ Jigsaw ของแต่ละธุรกิจ ซึ่งการจะ Syngery ได้ดี ต้องได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตขึ้น แต่โดยส่วนตัวผมยังเห็นว่าทาง JMART และพันธมิตร ยัง Synergy ได้ไม่ไหลลื่นเท่าไหร่ อาจจะต้องใช้เวลาในการ Synergy ให้มีประสิทธิภาพ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอย เพื่อโปรโมตสินค้า บริการ ที่ตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้าได้มากขึ้น
  4. ธุรกิจ JMT ยังแข็งแกร่ง เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจะทำให้ลูกหนี้มีกำลังที่จะชำระหนี้ได้มากขึ้น ทำให้ JMT มีรายได้จากบริหารหนี้ได้ดีเพิ่มขึ้น ในขณะยังมีบางส่วนที่เป็นหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ JMT  มีโอกาสซื้อหนี้เข้ามาบริหาร และจะทำรายได้จากธุรกิจบริหารหนี้ได้ต่อไป

ปัจจัยลบ ผมขอแบ่งเป็น 4 ส่วน

  1. ส่วนแรกเป็นเรื่องหุ้นกลุ่ม JMART มีข่าวลือว่าจะโดนตรวจสอบอย่างเข้มงวด เนื่องจากช่วงหลังมีหุ้นที่มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับธรรมาภิบาลหลายตัว เช่น MORE, STARK รวมทั้งช่วงต้นปี ก.พ.-มี.ค. ผู้บริหาร คุณอดิศักดิ์และคุณยุวดี ขายหุ้นทิ้งจำนวน 67,276,700 หุ้น รวมกันเป็นเงิน 1,752,946,138 บาท คิดเป็นราคาหุ้นโดยเฉลี่ย 26 บาท ทำให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับหุ้น JMART จึงเทขายหุ้นออกมาเป็นจำนวนมาก โดยในภายหลังทาง JMART ได้ออกมาปฏิเสธข่าวว่าการที่จะโดนตรวจสอบการซื้อขายนั้นไม่เป็นความจริง โดยทางบริษัทยังปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือ Good Corporate Governance และใน เม.ย. JMART มีมติซื้อหุ้นคืนจำนวน 16 ล้านหุ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่น อันนี้ก็ต้องดูนะครับ ผู้บริหารขายออกมา 67 ล้านหุ้น แต่บริษัทซื้อคืน 16 ล้านหุ้น ต้องติดตามกันว่าจะเรียก ความเชื่อใจ กลับมาได้ระดับไหน
  2. สำหรับธุรกิจหลัก คือ การขายโทรศัพท์มือถือ มีปัจจัยลบมาจาก
    1. เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า ทำให้การตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ด้านมือถือชะลอตัว
    2. จากข้อมูลของ IDC ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยการตลาด มีรายงานว่า ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนในไทย 1Q66 ลดลง 25.7% ส่วนยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลก 1Q66 ลดลง 13% แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มในปี 2566 การขายสมาร์ทโฟนในไทยไม่น่าจะดีแน่ๆ และอาจจะแย่ที่สุดในรอบ 10 เลยก็ได้ครับ
    3. เงินบาทยังอ่อนค่า ทำให้การนำเข้าสินค้าประเภทมือถือมีต้นทุนที่สูงขึ้น
  3. สำหรับธุรกิจกลุ่มปล่อยสินเชื่อ Singer และ SGC  มีปัจจัยลบมาจาก
    1. คาดว่าจะใช้เวลานานกว่าจะกลับมาเติบโตได้ เนื่องจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ปรับตัวขึ้นสูงมาก และยังมีหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งสถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ดีมาก จะทำให้การแก้ไขปัญหาหนี้เสียทำได้ช้า
    2. จะมีสต็อกสินค้าที่ยึดมาจากหนี้เสียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้องนำไปซ่อมแซมแล้วนำไปขายต่อ นอกจากกำไรลดลงแล้วยังทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก
    3. ดอกเบี้ยขาขึ้น จะส่งผลให้มีต้นทุนทางด้านการเงินสูงขึ้น กระทบให้มีส่วนต่างของกำไรที่ได้จากดอกเบี้ยลดลง
    4. ต้องตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น ทำให้กดดันกำไรให้ลดลง
    5. ธปท. จะเพิ่มความเข้มงวดในกาปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพื่อควบคุม NPL ไม่ให้สูงมากจนกระทบเศรษฐกิจโดยรวม จะกดดันทำให้ปล่อยสินเชื่อได้น้อยลง ทำให้รายได้ลดลง
  4. การคำนวณดัชนี SET50 ในช่วงครึ่งปีหลัง  (1 ก.ค. – 31 ธ.ค. 2566) ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2566 ปรากฎว่า หุ้น JMART และ JMT หลุดออกจากการเป็นหลักทรัพย์ที่ถูกนำเข้าไปคำนวณใน SET50 ซึ่งมีความเสี่ยงที่นักลงทุนสถาบัน หรือกองทุนอาจจะปรับพอร์ตลดสัดส่วนการถือหุ้นทั้ง 2 ตัว โดยเฉพาะถ้ากองทุนไหนมีนโยบายลงทุนในหุ้น SET50 ก็จะต้องขายหุ้น JMART และ JMT ออกจากพอร์ต ซึ่งจะกดดันให้ราคาหุ้นทั้ง JMART และ JMT ปรับลดลง

. . .

เรามาสรุปหุ้น JMART กันอีกที โดยหลักถ้าจะได้ผลการดำเนินงานกลับมาเติบโตได้ดีต้องลุ้นธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจขายโทรศัพทย์มือถือ

อาจจะต้องรอนโยบายของรัฐบาล ทั้งการปรับขึ้นค่าแรง การกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งเศรษฐกิจโลกฟื้นกลับมาจากจุดที่ถดถอยไปแล้ว

ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าจะเป็นช่วงไหนที่แน่นอนนะครับ สำหรับคนที่สนใจหุ้น JMART คงต้องคอยติดตามข่าวเพื่อประเมินทิศทางของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยทำให้ประเมินสถานการณ์ได้กว้างขึ้น หรือถ้าใครไม่ได้ติดตามข่าวสาร อาจจะต้องใช้วิธีดูกราฟเทคนิคเพื่อประเมินทิศทาง ก็แล้วแต่จะสะดวกกันเลยครับ

หรือติดตามช่องลงทุนไทม์ไว้นะครับ ผมจะช่วยรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 10 ชม. ให้เหลือแค่ไม่กี่ 10 นาที เพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนแบบกระชับ

. . .

หวังว่า EP นี้ ทุกคนจะได้ประโยชน์จากการข้อมูลหุ้น JMART นะครับ

เพื่อนๆ มีความเห็นอย่างไรบ้างครับ ใครถือหุ้น หรือยังไม่มีหุ้น ลองมาแชร์กันหน่อย คิดยังไงกับ JMART ครับ

และเผื่อว่าผมมีประเด็นไหนที่ตกหล่นไป ช่วยมาบอกกันหน่อยนะครับ

จะได้เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนด้วยครับ

ขอบคุณทุกๆ การกดไลค์ subscribe และ comment เป็นกำลังใจให้ลงทุนไทม์

ลงทุนไทม์ ได้เวลาลงทุน ขอบคุณและสวัสดี 

ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ลงทุนมีกำไร แล้วพบกันใหม่ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *