ลงทุนไทม์ – ได้เวลาลงทุน สวัสดีทุกคนครับ พบกับผม Bon Longtun Time
วันนี้เป็นเรื่องของ OR ไปต่อหรือพอแค่นี้ OR = โอกาส จริงหรือเปล่า
คลิปนี้ จะมาเล่าเรื่องราวของ OR ว่ามี Story เป็นมายังไง ทำธุรกิจอะไรบ้าง
แผนการลงทุนต่างๆ สามารถที่จะทำให้ OR = โอกาส มากน้อยแค่ไหน
และช่วงท้ายจะเป็นการสรุปบทวิคราะห์จาก 2 โบรก รวมทั้งข้อมูลพื้นฐานของ OR
รับรองว่ามีประโยชน์แน่นอน ไปติดตามชมกันครับ
ก่อนจะไปคุยเรื่องธุรกิจ OR กัน ผมต้องขอขอบคุณทุกคน
ที่ติดตาม กด Subscribe กดไลค์ กดแชร์ เป็นกำลังใจให้กับลงทุนไทม์ด้วยนะครับ
สำหรับเรื่องราคา OR ที่ร่วงแรง ผมได้จัดทำคลิปเล่าให้ฟังไปแล้ว
ถ้าใครสนใจเข้าไปอ่านและชมได้ตามลิงค์ที่ผมแปะไว้ที่นี่ได้เลยครับ
โอเค เราไปดูข้อมูลธุรกิจ OR กันครับ
เพื่อที่จะได้รู้ว่า OR เป็นมายังไง ตอนนี้ทำธุรกิจอะไรบ้าง
และแผนในอนาคตจะทำอะไร
ผมขอเริ่มต้นเล่าเรื่องของ ปตท. สักนิดก่อนครับ
ปตท. เริ่มต้นจากการเป็นองค์กรของรัฐก่อน
ชื่อว่า องค์การก๊าซธรรมชาติแห่งประเทศไทย
ทำหน้าที่ จัดหาน้ำมันเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานในประเทศ
แล้วมีการเปลี่ยนโครงสร้าง 2 ครั้ง
ครั้งแรกเปลี่ยนเป็นรัฐวิสาหกิจ ชื่อ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย
จากนั้นจึงมีการแปลงสภาพเป็นบริษัท ชื่อ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
จากเดิมที่ ปตท. ดำเนินงานแค่จัดหาและจำหน่ายน้ำมัน
ปัจจุบัน ปตท. ทำธุรกิจหลากหลายมากครับ เช่น ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจกลั่นน้ำมัน ธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก
สำหรับธุรกิจน้ำมันในยุคแรกๆ ปั๊ม ปตท. นี่ไม่ค่อยมีคนอยากเข้านะครับ
จะมีปั๊มแบรนด์อื่นๆ ที่ได้รับความสนใจมากกว่า เช่น ห้องน้ำสะอาด มีร้านสะดวกซื้อ มีร้านกาแฟ
ปั๊ม ปตท. ก็พยายามพัฒนาธุรกิจขึ้นมา ให้มีธุรกิจอื่นเข้ามาอยู่ในปั๊มด้วย
ธุรกิจแรกๆ เลย ก็คือ บ้านใร่กาแฟ ผมเคยกินแต่จำรายละเอียดของเค้าไม่ค่อยได้แล้ว ถ้าใครเคยกิน ลองช่วยมา comment แชร์ประสบการณ์กันหน่อยนะครับ
บ้านใร่กาแฟ เปิดสาขาแรกที่ปั๊ม ปตท. ปี พ.ศ. 2540
พอปี พ.ศ. 2545 ปตท. ก็เริ่มเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเองครับ
นั่นคือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Cafe Amazon นั่นเองครับ
เอาล่ะ ผมอยากอธิบายภาพของการใช้น้ำมันในประเทศเราเพิ่มอีกนิด
ขอย้อนไปปี 2530 กว่าๆ เศรษฐกิจประเทศไทยโตเร็วมาก
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ จนถูกเรียกว่าเป็น ดีทรอยต์แห่งเอเชียเลยล่ะครับ
ประเทศเราผลักดันอุตสาหกรรมรถยนต์ มากกว่าการขนส่งสาธารณะ
ทำให้มีการใช้รถยนต์มากขึ้น เริ่มเดินทางกันเยอะ
จากเดิมเข้าปั๊มเพื่อเติมน้ำมันอย่างเดียว ในช่วงหลังนอกจากเติมน้ำมัน ก็ต้องใช้บริการอื่นๆ เข้าห้องน้ำ ซื้อกาแฟ อาหาร ขนม
ในปี พ.ศ. 2546 ปตท. ก็เลยมีความร่วมมือกับ 7-11
ให้ 7-11 เข้าไปเปิดร้านสะดวกซื้อในปั๊มเพื่อให้บริการเพิ่มขึ้นนั่นเองครับ
ในช่วงปี พ.ศ. 2536 มีปั๊มแบรนด์นึงเข้ามาทำธุรกิจในไทยนะครับ นั่นคือ
ปั๊ม Jet นั่นเอง อ้าว มีใครทันเข้าปั๊มนี้อีกบ้างครับ มาแชร์ความเห็นกันหน่อยนะครับ
ในปั๊ม Jet นี่จะมี Jiffy ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อในปั๊มด้วยนะครับ
สมัยนั้นเนี่ย คนชอบเข้า ปั๊ม Jet มาก ห้องน้ำสะอาด Jiffy ก็ดี
ในที่สุดปี 2550 ปตท. ก็ซื้อกิจการของ Jet และ Jiffy เรียบร้อยครับ
ปัจจุบันนี้ ปั๊ม ปตท. บางสาขา มี 7-11 บางสาขามี Jiffy แตกต่างกันไปครับ
เอาล่ะ เรามาดูธุรกิจหลักๆ ปัจจุบันของ OR กันครับว่ามีอะไรบ้าง
1. ธุรกิจน้ำมัน OR จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง ให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง และผ่านผู้แทนจำหน่าย รวมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์ ทั้งกลุ่มอากาศยาน เรือขนส่ง และอุตสาหกรรมต่างๆ อีกด้วย
OR มีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station กว่า 2,000 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศไทย ซึ่งไม่เป็นแค่ปั๊มน้ำมัน แต่เป็น ลิฟวิ่ง คอมมิวนิตี้ ที่สร้างประโยชน์ใหักับชุมชมในพื้นที่ เช่น ให้เกษตรกรนำผลิตผลทางการเกษตรมาจำหน่าย
รวมทั้งยังมีศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto ใหับริการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
2. ธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ (Non-oil) เช่น ธุรกิจร้านกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
อย่าง แบรนด์ Cafe Amazon ที่ตอนนี้มีมากกว่า 4,000 สาขา
มีร้านสะดวกซื้อแบรนด์ Jiffy มีแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น Texas Chicken, Hua Seng Hong Dimsum, Pearly Tea
3. ธุรกิจต่างประเทศ เป็นการต่อยอดสายธุรกิจ PTT Station ,Cafe Amazon, Jiffy และ FIT Auto ไปยังประเทศ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม จีน สิงคโปร์ โอมาน ญี่ปุ่น มาเลเซีย
4. ธุรกิจ ORZON Ventures คือ กองทุนที่จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของ SG Hold Co.และ 500 TukTuks เพื่อลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพด้าน Mobility & Lifestyle ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตอนนี้ ลงทุนในสตาร์ตอัพ 5 ราย ได้แก่
Pomelo, Carsome, Freshket, GoWabi และ Protomate
เพิ่มความหลากหลายทางธุรกิจ สร้าง New S-Curve
หลังจากที่คุยเรื่องธุรกิจปัจจุบันกันไปแล้ว เรามาดูแผนธุรกิจปี 2030 ของ OR กันครับ
ทาง OR เค้าเรียกว่า new chapter หรือ ปฐมบทใหม่ของโออาร์ คือ มุ่งเน้น Non-oil มากขึ้น
OR ได้เตรียมงบประมาณลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ในช่วง 10 ปีข้างหน้า
จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจน้ำมัน 35%
กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ 30%
กลุ่มธุรกิจนวัตกรรมและธุรกิจต่างประเทศ 35%
จะเห็นนะครับว่า มีการลงทุนในกลุ่ม Non-oil มากขึ้น
OR ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2030 จะมี EBITDA มากกว่า 40,000 ล้านบาท
โดยกว่า 50% มาจากการเติบโตร่วมกับพันธมิตรของ OR
กลุ่มธุรกิจ PTT Station จะขยายไปที่พลังงานสะอาดในธุรกิจ EV
วางแผนติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า 7,000 จุด
ติดตั้งโซลาร์ รูฟ ในสถานประกอบการ 5,400 แห่ง
ธุรกิจ FIT Auto พร้อมให้บริการ EV ทุกสาขา
ธุรกิจในกลุ่ม Non-oil ทั้งธุรกิจของ OR ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน, Jiffy
รวมทั้ง ร้านอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ที่ OR เข้าไปร่วมถือหุ้น
เช่น โอ้กะจู๋, ร้านอาหารญี่ปุ่น KOUEN, ร้าน KAMU KAMU,
ร้านกาแฟ Pacamara
มีเป้าหมาย ที่จะมีผู้ใช้บริการให้ได้ 14 ล้านคนต่อวัน
ธุรกิจที่ OR จะเพิ่มการลงทุนในต่างประเทศให้มากขึ้น เช่น ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ส่วนใหญ่เป็นการงทุนด้าน PTT Station ร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ร้านคาเฟ่ อเมซอน
OR เป็นการลงทุนด้านอินโนเวชั่นใหม่ๆและกลุ่มสตาร์ทอัพ ผ่าน ORZON Ventures
จากเดิมที่ลงทุนผ่านสตาร์ทอัพไปแล้วตามที่พูดตอนต้น
ORZON Ventures เพิ่มการลงทุนในสตาร์ทอัพเพิ่มเรื่อยๆ เช่น ลงทุนกับ Hungry Hub แพลตฟอร์มจองร้านอาหารและโรงแรม ลงทุนกับ Dezpax สตาร์ทอัพโซลูชันบรรจุอาหารเดลิเวอรีและคาเฟ่
. . . . . .
เรามาดูบทวิเคราะห์ที่โบรกจัดทำมากันนิดนึงนะครับ
เป็นรายงานจาก บล.Pi และ บล.Yuanta ที่เค้าจัดทำบทวิเคราะห์มาดีมาก
ต้องขอขอบคุณทาง Pi และ Yuanta มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ทาง Pi มีมุมมองในเชิงบวกับ OR ว่ายังมีศักยภาพในการทำกำไรสูงจากธุรกิจ Non-oil โดยเฉพาะธุรกิจ Cafe Amazon ซึ่งทาง OR มีการพัฒนายกระดับคุณภาพหลายด้าน ทั้งผลิตภัณฑ์ การดูแลพนักงาน การบริหารจัดการต่างๆ ด้วยจำนวนมากกว่า 4,000 สาขา และการขยายสาขาเพิ่มบขึ้น จะทำให้ OR สามารถสร้างยอดขายและกำไรในธุรกิจ Cafe Amazon ได้มากขึ้น
ทาง Pi คาดว่ากำไรใน 3Q65 จะลดลง แต่ 4Q65 จะกลับมาทำกำไรโตได้จากการขายปลีกทั้ง Non-oil และน้ำมัน รวมทั้งการขายเชื้อเพลิงอากาศยาน เนื่องจากมีการเดินทางเพิ่มมากขึ้น
Pi มีคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 30 บาท
ทางด้าน บล. Yuanta คาดว่ากำไร 3Q65 จะลดลงไปอยู่ที่ 1,414 ลบ. ด้วยสาเหตุที่ OR ต้องสต็อกน้ำมันไว้ล่วงหน้า เนื่องจากโรงกลั่นจะปิดซ่อมบำรุงตามแผน รวมไปถึงค่าการตลาดที่ลดลงมา ทำให้มีกำไรลดลง
ใน 4Q65 กำไรจะฟื้นตัวกลับมา เนื่องจากเป็น High Season ของการท่องเที่ยว
ปี 66 ทาง Yuanta มองว่า ค่าการตลาดที่มีแนวโน้มลดลง จะกดดันให้ส่วนต่างกำไรลดลงตามไปด้วย Yuanta จึงให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 27.50 บาท
และด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาแรง -7% ใน 2 วัน เป็นผลมาจากแนวโน้มกำไรที่ลดลงใน 3Q65 ราคามี Upside อยู่ไม่มาก จึงยังคงแนะนำให้ Trading ซื้อเก็งกำไรระยะสั้นได้
ผมเข้าไปดูบทวิเคราะห์ของโบรกอื่นๆ ก็จะมีทิศทางเดียวกัน คือ 3Q65 กำไรลดลง แต่ 4Q65 กำไรจะกลับมา ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของทุกโบรกอยู่ที่ 29.30 บาท และส่วนใหญ่แนะนำให้ ซื้อ
เรามาดูข้อมูลพื้นฐานของ OR กันเพิ่มอีกนิดนึง
จริงๆ รายได้ 6 เดือนแรกของปีนี้ ไม่ได้แย่นะครับ
ปี 64 ทำรายได้ 5.1 แสนล้านบาท แต่ 6 เดือนนี้ทำไปแล้ว 3.9 แสนล้านบาท
ปี 64 กำไรสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท 6 เดือนนี้ทำไป 1 หมื่นล้านบาท
เรียกได้ว่า แค่ 6 เดือนแรก ก็ทำกำไรสุทธิได้เกือบทั้งปี 64 เลย
ดูข้อมูล อัตรากำไรสุทธิ ก็ดีขึ้น อยู่ที่ 2.67%
P/E 19.73 ดีกว่าปีที่แล้ว
P/BV ราคาตอนนี้ ก็ถือว่าถูกกว่าปีที่แล้ว
Dividend ปีนี้ จ่ายปันผล 2 ครั้ง เม.ย. และ ก.ย. 65
รวมจ่ายเงินปันผล 0.54 บาท คิดเป็น 1.91%
โดยรวมๆ ในความเห็นส่วนตัวผม OR ไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่ข่าวออกมานะครับ
ยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีศักพภาพที่จะเติบโตต่อไปได้
แต่ที่ผมเฉยๆ กับหุ้น OR ก็จะเป็นเรื่องเงินปันผลที่ไม่เยอะมาก
เข้าใจได้ว่า ต้องนำเงินไปลงทุนขยายธุรกิจเพื่ออนาคต
ซึ่งส่วนนี้ ผมยังเอ๊ะ เกี่ยวกับแผนการใช้เงินลงทุนของ OR อยู่พอสมควร
ว่าได้ใช้เงินไปอย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน คงต้องรอติดตามข้อมูลจาก OR นั่นแหละครับ ที่พูดประเด็นนี้ เนื่องจาก OR มีการเปลี่ยนแปลง CFO ใน ต.ค. นี้ ซึ่งไม่รู้ว่ามีประเด็นอะไรเกี่ยวกับการบริหารการเงินหรือเปล่านะครับ
รวมทั้งตอนนี้ ทาง PTT และ OR กำลังมีการปรับโครงสร้างผู้บริหาร
อาจจะต้องรอดูไปสักพัก ว่าจะมีทิศทาง แนวโน้มเป็นยังไง
สำหรับคลิบนี้ ลงทุนไทม์หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกคนนะครับ
ใครมีความเห็น มีประเด็นอื่นเพิ่มเติม ช่วยคอมเม้นมาบอกกันหน่อยนะครับ
เพื่อนๆ ที่ติดตามจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ไปด้วยกัน
วันนี้ ผม บอน ลงทุนไทม์ ลาไปก่อน ขอให้ทุกคนลงทุนมีกำไร สุขภาพร่างกายแข็งแรง
ลงทุนไทม์ ได้เวลาลงทุน ขอบคุณและสวัสดีครับ
ขอบคุณที่ติดตาม ลงทุนไทม์ YouTube –
#หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #การลงทุน #ตลาดหุ้น #ตลาดหุ้นไทย #ข่าวเศรษฐกิจ #การเงิน #ลงทุนไทม์
ติดตามเราได้หลายช่องทาง เอาที่สะดวก!
YouTube – https://bit.ly/3ePKCXn
TikTok – tiktok.com/@longtuntime
Facebook – fb.com/LongtunTime
Instagram – instagram.com/longtuntime
Twitter – twitter.com/LongtunTime











