หุ้น BCPG จากผลการดำเนินงานปี 2566 ทำได้แย่กว่าปี 2565
เนื่องจาก ยอดขายลดลง ต้นทุนขายและต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
ทำให้กำไรสุทธิ 1,104 ลบ. -58%YoY
อ่านสรุปตามด้านล่าง หรือ ชมวิดีโอรวมทุกมิติใช้เวลาแค่ 19 นาที
👉 https://youtu.be/_rDKWzHl6XU
[ ประเด็นสำคัญที่ทำให้กำไรลดลง ]
1) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย ไม่ได้ผลประโยชน์จากค่า Adder แล้ว ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลง -20.4%
* Adder: ค่าสนับสนุนอัตราค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่มจากอัตราค่าไฟฟ้าปกติ
2) โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ลาว รายได้ลดลง -30.8% เพราะมีการหยุดผลิตไฟฟ้า (ฝ่ายจัดการอธิบายว่า ขายไฟให้เวียดนามครบตามสัญญาแล้ว)
3) ต้นทุนขายและบริการ 2,558 ลบ. +29.3% ในส่วนนี้ฝ่ายจัดการไม่ได้อธิบายไว้ว่า อะไรที่เพิ่มขึ้นมา
4) ต้นทุนทางการเงิน 1,268 ลบ. +51.7% ฝ่ายจัดการอธิบายว่า
เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม การออกหุ้นกู้ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยในระดับที่สูง
. . .
[ ความเห็นจาก Broker ]
– แนะนำ “ซื้อ” 3 ราย >> คาดว่า 1Q67 จะกลับมาปกติ จะมีได้กำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และกำไรพิเศษจากการขายธุรกิจในญี่ปุ่น
– แนะนำ “ซื้อ” 5 ราย >> มองว่า ROE ลดลงต่ำมาก
. . .
[ ปัจจัยบวก ]
1) ทั่วโลกผลักดันพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น
2) BCP ผู้ถือหุ้นใหญ่ 57.16%
[ ปัจจัยลบ ]
1) อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนลดลง (ทั้งแสงอาทิตย์ ลม และน้ำ)
2) ทำธุรกิจแบบสร้างแล้วขาย ทำให้คาดการณ์รายได้และกำไรได้ยาก มีความไม่แน่นอนสูงเกินไป
. . .
[ เรื่องน่าสนใจ ]
ปี 2558 BCPG ทำกำไรสุทธิ 2,147 ลบ. มี
ROA = 17.4%
ROE = 47.7%
หลังจาก IPO 10 บาท และเข้าตลาดหุ้นปี 2559
กำไรสุทธิ, ROA, ROE ลดลงจนน่าตกใจ
****
ข้อมูลในลงทุนไทม์เป็นกรณีศึกษา สำหรับคนที่สนใจการลงทุน การเงิน การทำงาน และการทำธุรกิจ ไม่ใช่เป็นการชี้นำแนะนำในการซื้อขายหุ้น โปรดใช้วิจารณญาณของคุณในการพิจารณา
ผมขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่เห็นถึงความตั้งใจในการรวบข้อมูลมานำเสนอด้วยเจตนาที่ดี
และขอขอบคุณทุกการกดไลค์ กดติดตาม comment พูดคุยให้กำลังใจกันด้วยนะครับ
#ตลาดหุ้น #หุ้น #หุ้นไทย #การลงทุน #เล่นหุ้น #ลงทุนหุ้น #หุ้นปันผล #หุ้นตก #หุ้นbcpg #หุ้นโรงไฟฟ้า