ลงทุนหุ้น

หุ้น HANA อดีตเคยฮิต ทิศทางยังไม่ชัดเจน

[ จัดทำข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 2567 ]

HANA เป็นหุ้นอีกตัวที่นักลงทุนให้ความสนใจ เนื่องจากเป็น 1 ในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อันดับต้นๆ ของไทย โดยมีธุรกิจและตลาดบางส่วนใกล้เคียงกับ KCE

ถ้าใครอยากรับชมเป็น Video ใช้เวลาศึกษา 16 นาที ตามลิงค์นี้ครับ
👉https://youtu.be/ShweI5YuY38

ธุรกิจของ HANA เริ่มต้นจากการผลิตหลอด LED (Light Emitting Diode) คืออุปกรณ์ไดโอดที่เปล่งแสงได้ สำหรับใช้ประกอบนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเล่นเกมส์ เครื่องคิดเลข

จากนั้นก็ได้พัฒนาผลิตอุปกรณ์ เซมิคอนดักเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า ทำให้ธุรกิจเติบโตมากขึ้น
จึงได้ขาย IPO หุ้นละ 59 บาท ที่ราคาพาร์ 10 บาท และเข้า ตลท. ในปี 2536
* ปัจจุบันราคาพาร์อยู่ที่ 1 บาท (แตกพาร์ปี 2547)

หลังจากเข้า ตลท. ก็ได้เริ่มลงทุนขยายกิจการในไทยและต่างประเทศต่างๆ เช่น จีน, สหรัฐอเมริกา, กัมพูชา, เกาหลีใต้

ปัจจับัน ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ HANA จะเป็นกลุ่มของครอบครัวฮัน ที่ถือหุ้นอยู่ในบริษัท โอแมค จำกัด
โดยข้อมูลวันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด 29 พ.ย. 66 ครอบครัวฮันถือหุ้นรวมกัน 28.62%

HANA มีผลิตภัณฑ์หลัก แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

1. ผลิตภัณฑ์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA – Printed Circuit Board Assembly) ซึ่งนำไปประกอบในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ มือถือ รถยนต์ EV เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน อุปกรณ์การแพทย์

2. IC (Integrated Circuit) เป็นแผงวงจรที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มารวมไว้ด้วยกันจนทำให้เป็นแผงวงจรขนาดเล็ก ซึ่งบางครั้งเราก็เรียกวงจรขนาดเล็กนี้ว่า Chip โดยนำไปใช้ประกอบในมือถือ แท็บเล็ต และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก

3. RFID & Microdisplay ซึ่ง RFID (Radio Frequency Identification) เป็นระบบเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถสื่อสารด้วยคลื่นวิทยุแบบระยะไกล ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของป้าย (RFID Tag) แล้วนำไปติดที่สินค้าต่างๆ อย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆ ในร้านค้าปลีก จะมีเจ้า RFID Tag ติดอยู่กับเสื้อผ้า // พอเราจ่ายเงิน พนักงานก็จะใช้เครื่องอ่านแท็กที่ติดอยู่กับสินค้า
เพื่อตรวจสอบข้อมูลสินค้าและทำรายการขายนะครับ

ส่วนผลิตภัณฑ์ Microdisplay จะเป็นจอแสดงผลขนาดเล็ก ถูกนำไปใช้ในสินค้าพวกจอแสดงผลของล้องดิจิทัล จอมือถือ และแว่นตาอัจฉริยะ

เข้าใจสัดส่วนการขาย ด้วยข้อมูลปี 2566

HANA มีผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำการตลาดได้หลายอุตสาหกรรม
จากข้อมูลปี 2566 HANA มีสัดส่วนรายได้จากการขายสินค้าเข้าตลาดยานยนต์มากที่สุดในสัดส่วน 17%
รองลงมาเป็นตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 14% และอันดับ 3 เป็นตลาดอุปกรณ์ RFID 13%

ซึ่งรายได้จากการขายของ HANA เป็นการส่งออกในสัดส่วนถึง 99% โดยส่งออกไปยัง 4 ประเทศหลัก คือ สิงคโปร์ 25% สหรัฐอเมริกา 24% จีน 12% และมาเลเซีย 12%

งบกำไรขาดทุน 9M67 แบบสรุป

HANA มีรายได้รวม 19,791 ลบ. ลดลง -2.3%YoY

มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้นทุกรายการ จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 18,675 ลบ. +0.5%

เมื่อรวมกับรายได้ทางการเงิน และหักต้นทุนทางการเงินแล้ว ทำให้มีกำไรสุทธิ 1,095 ลบ. -33%

ต้องบอกว่าทาง HANA อธิบายแต่ละรายการน้อยมาก ผมจึงไปรวบรวมจากหลายๆ แหล่งมา ซึ่งไม่ได้มาจาก HANA แบบทางการนะครับ โดยผมพบว่ารายได้ที่ลดลง ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจาก

1) HANA มีรายได้หลักเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยตั้งแต่กลางปี 67 เงินบาทมีภาวะแข็งค่าเร็ว ทำให้มีรายได้เป็นเงินบาทลดลง

2) เศรษฐกิจชะลอตัว และมีการแข่งขันทางด้านราคา ทำให้ลูกค้าลดการสั่งซื้อลง โดยสินค้าเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ EV ที่มียอดขายลดลงมาก ส่วนนี้ เราจะไปคุยประเด็นสำคัญกันอีกครั้งในช่วงท้ายครับ

ข้อมูลทางการเงินสำคัญ 9M/67

จากอัตราส่วนทางการเงิน มีเพียงอัตราหนี้สินต่อทุนที่ยังคงในระดับต่ำไว้

แต่ ROA, ROE, อัตรากำไรสุทธิที่ลดลงอย่างต่อเนื่องและอยู่ในระดับที่ต่ำ แสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการทำกำไรที่ลดลง อย่าง ROA ที่ลดลงต่ำลงมาก แสดงว่าอาจจะมีการลงทุนในโครงการที่สร้างรายได้ต่ำหรือขาดทุนด้วยนะครับ

. . .

ในส่วนของการวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ ตอนที่ผมทำข้อมูลในส่วนนี้ เป็นวันเสาร์ที่ 30 พ.ย. 67 ราคาหุ้นอยู่ที่ 27.25 บาท มีบทวิเคราะห์หุ้นมาจาก 15 โบรกฯ
🔸มี 4 โบรกฯ แนะนำ “ซื้อ” 🔸มี 6 โบรกฯ แนะนำ “ถือ” 🔸มี 5 โบรกฯ แนะนำ “ขาย”

ถ้าใช้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของโบรกอยู่ที่ 33 บาท จะทำให้มี upside 21%
ถ้าใช้ราคาเป้าหมายต่ำสุดของโบรกอยู่ที่ 27 บาท ก็ทำให้มี downside ประมาณ -1%

สรุปความเห็นของโบรกที่มองว่าให้ “ซื้อ”

มีบางโบรกมองว่า ราคาหุ้น HANA ที่ต่ำกว่า 30 บาท มีความน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว 

และเชื่อว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงปลายปี 67 เป็นต้นไป รวมทั้งยังมองว่า HANA จะได้ประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่าง สหรัฐ-จีน

สรุปความเห็นที่โบรกมองว่าให้ “ถือ” และ “ขาย”

มองว่าตลาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะยังซบเซา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ และตลาดรถยนต์ EV ชะลอลง

และมีบางโบรกฯ มองว่า HANA มีการลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น โครงการ PMS ผลิตซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) สำหรับรถยนต์ EV ที่ลงทุนมาไม่นาน ประสบปัญหาการขาดทุนมากขึ้น ซึ่ง HANA มีแผนจะถอนตัวออกจากการลงทุนนี้

หรืออย่างโครงการร่วมทุนกับกลุ่ม PTT ในการจัดตั้งบริษัท เอฟทีวัน คอร์เปอเรชั่น จำกัด (FT1) เพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) ก็มีข่าวว่าโครงการนี้จะถูกระงับไว้ชั่วคราวก่อน

การวิเคราะห์ด้วยระบบ AI ของเว็บไซต์ Deepscope.com

Deepscope ให้คะแนนด้านคุณภาพจากปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 38/100 และโมเมนตัมทางเทคนิคอยู่ที่ 26/100

Deepscope ให้คะแนนต่ำทั้งสองส่วนเลยนะครับ👉มองว่าผลการดำเนินงานที่ไม่ดีต่อเนื่อง ทำให้ราคาหุ้นมีแนวโน้มเป็นขาลง


Deepscope.com แพลตฟอร์ม AI วิเคราะห์หุ้น
นำเสนอหุ้นที่น่าสนใจหลายมุมมอง และช่วยประหยัดเวลาการวิเคราะห์ข้อมูล
เพื่อนๆ สามารถเข้าไปลองใช้งานฟรีได้ แต่ถ้าใครสนใจใช้งานแพ็คเกจ Pro ซึ่งมีฟังก์ชันเพิ่มเติม
เพียงแค่สมัครแพคแบบ 1 ปี ใส่ Code “LTT” รับลดพิเศษ 30% สำหรับเพื่อนลงทุนไทม์เท่านั้น
👉 https://bit.ly/4aGkmWW

▪️ ▪️ ▪️

ปัจจัยที่น่าสนใจที่มีผลต่อ HANA

ปัจจัยบวก

ยังมีความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่น ชิ้นส่วนในเทคโนโลยีอย่าง RFID ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม บริหารจัดการสินค้า การขนส่ง และค้าปลีก

และหลายงานวิจัยมองว่า ตลาด RFID จะเติบโตปีละ 10-15% CAGR (Compound Annual Growth Rate)

ในช่วงต้นที่เราคุยกัน จะเห็นว่า HANA มียอดขายในตลาดอุปกรณ์ RFID เป็นอันดับ 3 ในสัดส่วน 13% หากมีการเติบโตในตลาดนี้ดีขึ้น น่าจะช่วยทดแทนตลาดรถยนต์ EV ที่ชะลอตัวลงได้ครับ

ปัจจัยลบที่เสี่ยงทำให้ HANA ชะลอตัว

ในช่วงที่มีสงครามการค้า มักจะทำให้ธุรกิจของ HANA ประสบปัญหาอยู่บ่อยครั้งครับ เนื่องจาก HANA มีโรงงานผลิตในไทยและจีน โดยปี 2566 มีการส่งออกไปยังสิงคโปร์และสหรัฐ รวมกันประมาณ 50%

กรณีที่สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนและไทย โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ จะส่งผลลบให้ HANA ได้รับคำสั่งซื้อลดลงจากสหรัฐและประเทศอื่นที่อยู่ในขั้วเดียวกัน

และก็มีอีกส่วนหนึ่งที่มักจะเกิดในช่วงของสงครามการค้าด้วยครับ คือ ความไม่แน่นอนในทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ส่งผลให้สินทรัพย์ต่างๆ มีความผันผวนสูง เช่น เงินบาทแข็งค่าบ่อยครั้ง ซึ่งจะทำให้ HANA เสี่ยงมีรายได้ลดลงได้ครับ

▪️ ▪️ ▪️

ความเห็นส่วนตัว

ผมมองว่าในช่วงหลัง HANA มีการลงทุนที่ไม่แหลมคมเหมือนในอดีต อย่างการลงทุนในบริษัท PMS (Power Master Semiconductor) โรงงานผลิตซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ EV

ซึ่งการผลิต SiC มีการใช้วัตถุดิบหายาก และมีการผลิตที่ซับซ้อน จึงทำให้มีต้นทุนที่สูงมาก ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ EV หลายแบรนด์ ลดการใช้ SiC แล้วหันไปใช้เทคโนโลยีอื่นที่ทดแทนได้ในต้นทุนที่ถูกกว่า เพื่อแข่งขันทางด้านราคา

ในภาวะตลาดรถยนต์ EV ที่ไม่แน่นอน แต่ทาง HANA ตัดสินใจขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัดแบบ PP (Private Placement) ในปี 2566 ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิด Dilution คือราคาหุ้นปรับลดลงจากการเพิ่มทุนแล้ว เมื่อธุรกิจ SiC ของ HANA ไม่เป็นไปตามคาด และประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ราคาหุ้นของ HANA ปรับลดลงมากอีกด้วย 

* HANA จึงมีแผนจะถอนตัวจากบริษัท PMS เพื่อลดการขาดทุน แล้วจะหันไปร่วมทุนกับบริษัทในจีนแทน

อีกส่วนหนึ่ง ที่ผมให้ความสำคัญมาก ก็คือ เวลาธุรกิจใช้เงินจากผู้ถือหุ้นไปลงทุนต่างๆ ควรจะต้องมีการอธิบายหลักการกำกับดูแลกิจการ และการบริหารความเสี่ยงในด้านกลยุทธ์การลงทุนไว้ในในรายงานประจำปีของบริษัทด้วยนะครับ

ซึ่งถ้าบริษัทจดทะเบียนไหนไม่มีรายละเอียด อาจจะแปลความได้ว่า บริษัทนั้นไม่มีหลักการด้านนี้ หรืออาจจะแปลได้ว่า ไม่ได้ให้ความใส่ใจต่อนักลงทุน ก็เป็นได้ครับ

แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ มีความเห็นอย่างไรกัน แวะมา comment บอกกันหน่อยนะครับ
จะได้เป็นประโยชน์กับทุกคนด้วย

*** ไม่ใช่เป็นการแนะนำในการซื้อขายหุ้น กรุณาใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูล และหวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากข้อมูลนะครับ ***

▪️ ▪️ ▪️

⭐️ ถ้าเพื่อนๆ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามมาที่ผมได้ในช่องทางลงทุนไทม์

ทั้ง YouTube, Facebook, Twitter [ X ] ได้เลยครับ 😊

📌กดติดตามเพื่อรับข้อมูลสรุปในวันที่ตลาดเปิด และรับความรู้ในทุกสัปดาห์

🙏ขอบคุณทุกการกด Like กด Share, และ Comment พูดคุยเป็นกำลังใจกันด้วยครับ

💵ขอให้ลงทุนราบรื่น มีกำไร💰ลงทุนไทม์ ได้เวลาลงทุน⌛️

➡️ สนใจติดต่อโฆษณา ✉ lo*********@***il.com

⭐️ติดตามลงทุนไทม์ได้ตามสะดวกที่

🔸Facebook : facebook.com/longtuntime

🔸Twitter [ X ] : twitter.com/LongtunTime

🔸Youtube : youtube.com/@LongtunTime

🔸TikTok : tiktok.com/@longtuntime

🔸Website : longtuntime.com

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *