ลงทุนหุ้น

อัพเดตงบ 2Q66 หุ้น BAM ทำกำไรใน 2Q66 เพิ่มขึ้น 59% QoQ แต่ลดลง 49% YoY

ติดตามใน EP นี้ได้ ใช้เวลาแค่ 11 นาที

ลงทุนไทม์ ได้เวลาลงทุน วันนี้ชวนทุกคนมาอัพเดตผลงานหุ้น BAM สำหรับผลการดำเนินงาน 2Q66 ตามที่เพื่อนๆ นักลงทุนหลายคนขอมาครับ BAM ทำกำไรใน 2Q66 เพิ่มขึ้น 59% QoQ แต่ลดลง 49% YoY และ 6M66 กำไรลดลง 39% YoY ถ้าดูแบบนี้แล้วน่าเป็นห่วง จะมีอะไรบ้างที่ทำให้ BAM พลิกฟื้นได้บ้าง และใน EP นี้ จะมีข้อมูลเปรียบเทียบระหว่าง BAM กับ JMT ในส่วนของการเงินด้วยครับ

ผลการดำเนินงาน 2Q66 ของ BAM

ทำกำไรสุทธิ 425 ลบ. เพิ่มขึ้น 59% QoQ แต่ลดลง 49% YoY

ธุรกิจของ BAM จะเกี่ยวข้องกับการบริหารหนี้ 2 รูปแบบ คือ

1. สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ NPL (Non-Performing Loan)

สินเชื่อที่ไม่ก่อรายได้ เกิดจากลูกหนี้ของสถาบันการเงินไม่สามารถชำระดอกเบี้ย และเงินต้นคืนให้กับธนาคารนานติดต่อกันเกิน 3 เดือนขึ้นไป

2. ทรัพย์สินรอการขาย NPA (Non-Performing Asset)

ทรัพย์สินที่เกิดจากลูกหนี้ซื้อมาแล้ว แต่ไม่สามารถผ่อนชำระแก่สถาบันการเงินได้ตามกำหนด สถาบันการเงินจึงต้องยึดทรัพย์สินดังกล่าวไว้แล้วนำไปขายทอดตลาด

รายได้

โดยไตรมาสนี้  มีรายได้จากกลุ่ม NPL เป็นรายได้จากดอกเบี้ย 2,239 ลบ. ลดลง 15%

มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย 722 ลบ. เป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 11%

รายได้ดอกเบี้ยลด แต่มีรายจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม  ทำให้มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 1,516 ลบ. ลดลง 24%

ส่วนที่เป็นรายได้ของกลุ่ม NPA

มีกำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขาย 575 ลบ. ลดลง 12%

มีกำไรจากการขายผ่อนชำระ 275 ลบ. เพิ่มขึ้น 309%

ส่วนนี้ต้องชมนะครับว่า BAM ทำได้ดีขึ้น แต่ก็ต้องไปลุ้นกันว่าลูกหนี้ผ่อนชำระกลุ่มนี้จะสามารถผ่อนชำระไปได้จนครบหรือไม่ หรือจะกลายเป็นหนี้เสียอีกรอบ

มีรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ 13 ลบ. ลดลง 29%

รวมรายได้ 2,380 ลบ. ลดลง 13%

มาดูด้านค่าใช้จ่ายที่สำคัญ

ค่าใช้จ่ายพนักงาน 397 ลบ. เพิ่มขึ้น 1% 

ค่าตอบแทนกรรมการ 2 ลบ. เพิ่มขึ้น 7%

เวลาดูงบกำไรขาดทุน ส่วนของค่าใช้จ่าย ผมจะเช็ค 2 รายการนี้ก่อนว่า

มีการนำเงินไปใช้จ่ายด้านบุคลากรอะไรที่ผิดปกติไหม 

ยกตัวอย่างบางบริษัท ที่ไม่ใช่ BAM นะครับ มีค่าใช้จ่ายด้านพนักงานลดลงเยอะมาก ต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น พอไปดูก็ร้องอ๋อ เนื่องจากงบกำไรขาดทุนไตรมาสก่อนไม่ค่อยดี ผู้บริหารเลยแจกแพ็คเกจให้พนักงานลาออกไปเยอะมาก เพื่อทำให้งบไตรมาสล่าสุดดูดีขึ้น เหมือนจะดี แต่มันเป็นสัญญาณของธุรกิจที่ถดถอย ถ้าพบแบบนี้นักลงทุนจะต้องระวังครับ

ค่าภาษีอากร 172 ลบ. เพิ่มขึ้น 38% เป็นรายการค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงินมากสุดถึง 48 ลบ. 

ฝ่ายจัดการอธิบายว่า มีสาเหตุหลักมาจากค่าภาษีอากรที่เพิ่มขึ้นในส่วนของธุรกิจเฉพาะการซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี ซึ่งมีการลงทุนซื้อทรัพย์เพิ่มขึ้น

ดังนั้น เราจะทดเรื่องนี้เอาไว้ว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่สร้างประโยชน์ และต้องรอดูผลการดำเนินงานในกลุ่ม NPA ในไตรมาสต่อๆ ไปครับ

BAM มีการขาดทุนจากการด้อยค่าทรัพย์สินรอการขาย (โอนกลับ) -22 ลบ. ทางฝ่ายจัดการอธิบายว่า มีการทบทวนราคาประเมินใหม่ จึงเป็นการบันทึกกลับรายการเพื่อเป็นการรับคืน

มีค่าใช้จ่ายในการจัดการทรัพย์สินรอการขาย 54 ลบ. ลดลง 51%
เทียบกับ 2Q65 ที่มีค่าใช้จ่ายมาก เนื่องจากตอนนั้นมีที่ดินแปลงหนึ่งที่มีสารเคมีปนเปื้อน จึงมีค่าบริหารจัดการสูง แต่ในไตรมาสนี้ไม่มีทรัพย์ที่ต้องจัดการในลักษณะแบบนี้แล้ว

มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ 87 ลบ. เพิ่มขึ้น 76% ตรงส่วนนี้ ฝ่ายจัดการอธิบายว่าเป็นค่าใช้จ่ายด้านประกันภัย ค่าเช่ายานพาหนะ ซึ่งตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่าทำไมถึงเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมากถึง 76% นะครับ ถ้าใครพอทราบข้อมูลส่วนนี้ รบกวนช่วยมาบอกกันหน่อยนะครับ ขอบคุณมากๆ ครับ

รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 741 ลบ. เพิ่มขึ้น 1%

ถ้าดูค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น 1% อาจจะมองว่าไม่เยอะ

แต่ถ้าพิจารณาเทียบกับรายได้รวมที่ลดลงไป -13% ทำให้ดูสวนทางกันพอสมควร

นอกจากนี้ BAM ได้บันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไว้ หรือ สำรองหนี้สูญไว้ที่ 1,125 ลบ. เพิ่มขึ้น 4%

เมื่อหักภาษีเงินได้ ทำให้ BAM มีกำไร 2Q66 อยู่ที่ 425 ลบ. กำไรลดลงถึง -49%

ถ้าเราดูงวด 6 เดือนแรกของปี 66 BAM มีรายได้รวมลดลง 8% มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 7%

และมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สูญไว้ลดลงนิดหน่อย 1% ทำให้มีกำไร 6 เดือนแรก อยู่ที่ 691 ลบ. ลดลง 39%

ถ้ายังเป็นรูปแบบนี้ รายได้ลด ค่าใช้จ่ายเพิ่ม ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ น่ากังวลมากนะครับ

. . . . .

ตัวเลขทางการเงิน

เพื่อให้เห็นภาพ ผมได้นำ JMT มาเปรียบเทียบกันด้วยครับ

ส่วนแรก อัตราส่วนทางการเงิน 6M66

ถ้าพิจารณาอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ

ต้องบอกว่า BAM ทำผลงานได้แย่กว่า JMT อยู่มากเลยครับ

โดยเฉพาะอัตรากำไรสุทธิที่แตกต่างกันถึง 3.5 เท่า

พอพิจารณาค่าสถิติกันบ้าง ส่วนนี้ BAM ดูแล้วมีราคาหุ้นน่าสนใจมากกว่า JMT

ทั้ง PE เวลาคืนทุนสั้นกว่า ราคาหุ้นที่ยังถูกกว่ามูลค่าทางบัญชี และอัตราเงินปันผลตอบแทนที่สูงกว่า

สำหรับเพื่อนๆ นักลงทุนที่สนใจหุ้นกลุ่มบริหารสินทรัพย์ ลองพิจารณาตัวเลขดูนะครับ

= = = =

ประเด็นที่ BAM ยังมีผลงานครึ่งปีแรกที่ไม่ดี

สาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นไม่เต็มที่ และมีการแข่งขันสูงมากขึ้นในตลาดของธุรกิจบริหารหนี้ ทำให้เรียกเก็บหนี้ได้น้อยลง รวมทั้งยังไม่สามารถขยายพอร์ตหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

ประเด็นที่น่าสนใจของ BAM ที่จะทำให้กลับมามีผลงานที่ดีขึ้น

จากข้อมูลในครึ่งปีแรกได้ประมูลซื้อหนี้ไปแล้ว 2.24 หมื่นลบ. เป็นการซื้อหนี้เพิ่มขึ้น 296% เพื่อขยายผลการเก็บหนี้เพิ่มขึ้นในอนาคต

โดยมีกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2566 จะมีการประมูลหนี้มาบริหารเพิ่มมากกว่า 7.1 หมื่นลบ.

และจัดแคมเปญลดราคาทรัพย์เพื่อกระตุ้นยอดขาย

สำหรับการเก็บหนี้ในช่วง 2H66 คาดว่าจะมีการเก็บหนี้ประมาณ 9.8 พันลบ. 

และคาดว่าจะสามารถกลับมาทำกำไรได้ดีในช่วงปี 2567-2568

ราคาหุ้นเด้งกลับ

สำหรับราคาหุ้น วันที่ 21-22 ส.ค. 66 มีการเด้งกลับขึ้นมาจาก 10.30 บาท มาอยู่ที่ 11.50 บาท ในเวลา 2 วัน ผมคิดว่าน่าจะมีข่าวอะไรบางอย่าง เพราะดู MACD และ RSI ประกอบแล้ว ที่ทำให้มีการเหวี่ยงราคาหุ้นขึ้นไปค่อนข้างแรง ถ้าไม่เจอเรื่องร้ายแรง ที่ผมเคยประเมินว่าราคาอาจจะลงไปที่ 9.60 บาท ถ้าดูสภาพตอนนี้ไม่น่าจะหลุด 10.00 บาทแล้วล่ะครับ

. . . . . .

สำหรับเพื่อนๆ นักลงทุนที่สนใจหุ้น BAM และยังไม่ได้ฟังข้อมูลธุรกิจ การวิเคราะห์ สรุปปัจจัยบวกและปัจจัยลบ แบบตัวเต็ม สามารถติดตามชมได้ใน EP หุ้น BAM เกิดมาเพื่อบริหารหนี้ ที่ใหญ่สุดในไทย ได้ในช่องลงทุนไทม์ ซึ่งผมจะ Insert ไว้ช่วงท้ายนี้

เอาล่ะครับ เพื่อนๆ ได้อัพเดตข้อมูลผลการดำเนินงานของ BAM แล้ว มีความเห็นอย่างไรกันบ้าง ถ้าผมมีประเด็นไหนที่ตกหล่นไป  หรือเพื่อนๆ มีความเห็นเพิ่มเติม ช่วยมา Comment พูดคุยกันนะครับ จะได้เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนด้วยครับ

ขอบคุณทุกการกดไลค์ กดติดตาม กดแชร์ และ comment นะครับ

ลงทุนไทม์ ได้เวลาลงทุน ขอบคุณและสวัสดี 

ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ลงทุนมีกำไร แล้วพบกันใหม่ครับ

#วิเคราะห์หุ้น #หุ้นโรงไฟฟ้า #หุ้นไทย #หุ้นน่าลงทุน #หุ้นRATCH #RATCH

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *